สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า นายอัศวิน ไวษณวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงการรถไฟ และกระทรวงการสื่อสารอินเดียระบุว่า อินเดียหวังจะก้าวขึ้นมาอยู่ใน 5 อันดับแรกของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ข้อมูลจากเทรนด์ฟอร์ซ (TrendForce) บริษัทมาร์เก็ตอินเทลลิเจนซ์ระบุว่า ณ เดือนธ.ค. 2023 ไต้หวันมีสัดส่วนประมาณ 46% ของศักยภาพการผลิตเซมิคอนดักเตอร์โลก ตามมาด้วยจีนที่ 26%, เกาหลีใต้ 12%, สหรัฐ 6% และญี่ปุ่น 2%
ทั้งนี้หลากหลายบริษัทบนโลกกำลังที่จะลดการพึ่งพาจีน ทำให้อินเดียจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติลง
นายไวษณวะระบุว่า อินเดียมองตนเองในฐานะ “พันธมิตรห่วงโซ่คุณค่าที่เชื่อถือได้” สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อิเล็กทรอนิกส์ทางอุตสาหกรรมและกลาโหม และอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า นัยหนึ่งก็คือผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทที่ต้องออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มี.ค. ควอลคอมม์ (Qualcomm) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปจากสหรัฐ ได้เปิดศูนย์ออกแบบใหม่ในเมืองเชนไน โดยศูนย์ดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังการออกแบบเทคโนโลยีไร้สายและสร้างงาน 1,600 ตำแหน่งในอินเดีย
เมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ทำพิธีเปิดโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ 3 แห่ง โดย 1 ใน 3 เป็นการร่วมทุนระหว่าง Tata Electronics และ Powerchip Semiconductor Manufacturing Corp. (PSMC) ของไต้หวัน นายแฟรงค์ หวง ประธาน PSMC กล่าว ว่าเป้าหมายคือการสร้างชิปเซมิคอนดักเตอร์ตัวแรกของอินเดียภายในปี 2026 นอกจากนี้ Foxconn ซัพพลายเออร์ของ Apple ประกาศในเดือนพฤศจิกายนว่ามีแผนจะลงทุนมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน
ที่มา CNBC
