15 เมษายน 2026

ธนาคารพาณิชย์ไทย ฟันกำไรปี 2566 ไปมากกว่า 2.51 แสนล้านบาท จับตาตัวเลข NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ ธปท. ชี้ยังไม่อันตราย

ก.พ. 20, 2024

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ไทยในปี พ.ศ. 2566 โดยกล่าวว่าระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง 

สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ปี 2566

สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 4/66 มีการหดตัวเล็กน้อย 3% จากไตรมาส 4/65 โดยมีปัจจัยจาก 2 ปัจจัยหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่

– การทยอยชำระคืนหนี้ของภาคธุรกิจ SMEs ธุรกิจขนาดใหญ่ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ หลังหมดโควิด

– การบริหารจัดการคุณภาพหนี้ของธนาคารพาณิชย์ เช่น ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์

NPL ยังไม่อันตราย

ในไตรมาส 4 ปี 2566 ลดลงมาอยู่ที่ 4.928 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.66% ต่อสินเชื่อรวม โดยมีปัจจัยให้ลดลงจากการบริหารจัดการคุณภาพหนี้และการกลับมาชำระคืนหนี้สินเชื่อธุรกิจ ขณะที่ยอดคงค้าง NPL ของสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังเพิ่มขึ้นในทุกพอร์ต 

สำหรับสัดส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (significant increase in credit risk: SICR หรือ stage 2) อยู่ที่ร้อยละ 5.86 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย 

แบงค์ฟันกำไร 2.51 แสนล้านบาท

ตามรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทยเผยถึงกำไรสุทธิธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2566 โดยแสดงให้เห็นว่า

– กำไรสุทธิไตรมาส 4/66 น้อยกว่า ไตรมาส 3/66 ปรับลดลง -18.6% เมื่อเทียบกับรายไตรมาส 

– กำไรสุทธิไตรมาส 4/66 น้อยกว่า ไตรมาส 3/66 ปรับลดลง -16.4% เมื่อเทียบกับรายปี

เหตุผลมาจากค่าใช้จ่ายสำรองที่มากขึ้น +25.9% ในไตรมาส 3/66 และมากขึ้น +11.2% ในไตรมาส 4/65

แต่กระนั้น กำไรสุทธิก็เพิ่มากขึ้น +5.8% หากเทียบปี 2566 กับปี 2565 โดยปีนี้ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 2.51 แสนล้านบาท 

หนี้ครัวเรือน ไม่ดี ไม่แย่ กำลังทรงตัว

– สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ไตรมาส 3 ปี 2566 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยเพิ่มเพียง 0.01% 

– ภาคธุรกิจมีสัดส่วนหนี้สินต่อ GDP ลดลงจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการก่อหนี้ที่ชะลอลง 

– ด้านความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น ตามภาคการผลิตโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเคมีภัณฑ์และกลุ่มปิโตรเลียม ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวแม้ปรับดีขึ้นแต่ค่าใช้จ่ายต่อทริปยังคงต่ำกว่าคาด

กลุ่มเปราะบางที่ต้องจับตาดู

– SMEs ขนาดเล็กที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น 

– ครัวเรือนบางกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเปราะบางจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า 

ทั้งนี้ตัวเลข NPL อาจทยอยปรับเพิ่มขึ้นจากสองกลุ่มนี้ แต่ไม่อันตรายถึงขั้น NPL cliff เหมือนที่นักวิเคราะห์ไทยหลายคนได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 

ผู้เขียน จารุวิทย์ สุงาม

ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย

Most Related