แม้จะไม่อยากทำงานที่แสนเหนื่อยล้าแค่ไหน แต่งานก็คือต้นน้ำของชีวิตในการเก็บหอมรอมริดมาเจือจุนตนเองและครอบครัว เจน X หรือ คนที่เกิดในช่วงพ.ศ. 2508 – 2523 (หรืออายุ 44-59 ปีในปี 2567) กำลังเข้าสู่เจนที่ “กระตือรือร้นที่จะทำงานต่อไป” ต่างจากชาว Millennial หรือ เจน Y ที่มีอายุในช่วงอายุ 28 – 43 ปีที่อยากโบกมือลางานไปนอนพักผึ่งแดดเพื่อชาร์จแบตตัวเองสักครั้ง เหตุผลคืออะไร?
หนี้สินท่วมหัว ตัวจะไปไหนได้
สำนักข่าว BBC เผยออกมาว่า หนี้สินที่ยังสุมทั้งต้นและดอก คือเหตุผลหลักที่ชาวเจน X ไม่สามารถผละหนีจากงานประจำและเงินเดือนที่มั่นคงออกไปได้ ในขณะเดียวกัน ก็ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพตัวเองให้สูงและแข็งแกร่ง เพราะได้ประสบพบเจอกับความวุ่นวายบนสนามเศรษฐกิจมามากพอจนเข้าใจ ทำให้การหยุดกราฟการเติบโตในอาชีพของตัวเองนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ในสหรัฐฯ ได้มีการสำรวจจากพนักงานกว่า 2,000 รายที่โดนเลย์ออฟจากบริษัทใหญ่ก็พบว่า ชาวเจน Z จำนวน 9% กับ ชาวเจน Y จำนวน 4.5% อยากพักก่อนหลังจากถูกให้ออกจากงาน สวนทางกับเจน X ที่ต้องการจะพักก่อนไปหางานเพียง 2.6%
แบกหนี้มากสุดในทุกเจน
Michael S. North ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งโรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่าสาเหตุหลักของเจน X คือสภาพคล่องทางการเงินและช่วงวัยชีวิตของพวกเขา ชีวิตชาวเจน X เป็นชีวิตที่โหยหาความมั่นคง เนื่องจากต้องการหาเงินมาจุนเจือตนเองและครอบครัว การสะสมเงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ และการจ่ายค่าบ้านค่ารถต่าง ๆ New York Life ได้แสดงผลวิจัยมาว่า เจน X ถือหนี้สินโดยเฉลี่ยไว้ถึงกว่า 7 พันดอลลาร์ (2.51 แสนบาท) ในขณะที่ Babyboomer มีโดยเฉลี่ยเพียง 6.7 พันดอลลาร์ (2.40 แสนบาท) เจน Y เพียง 5.9 พันดอลลาร์ (2.11 แสนบาท) นั่นก็เพราะเจน X ต้องดูแลทั้งพ่อแม่ตน รวมถึงครอบครัวตนเอง
กายแย่ จิตก็แย่
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ก็เผยอีกว่า เจน X ยังต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพกายและจิตที่ย่ำแย่ ชีวิตการทำงานของเจนนี้มีความเร่งรีบจนไม่มีเวลาพักผ่อน ต้องเผชิญปัญหาการถูกมองว่าอายุที่มากขึ้นจะไร้ความสามารถ Michael S. North กล่าวอีกว่า ในขณะนี้กระแสการเลย์ออฟไม่ใช่เพียงตำแหน่งด้านล่าง แต่ยังรวมไปถึงระดับผู้บริหารและหัวหน้าทีมอีกด้วย หากตกงานขึ้นมาก็จะเกิดความลำบากอย่าง สาเหตุนั่นก็เพราะ หากตกงานแล้วจะหาเงินจากที่ไหนไปเลี้ยงครอบครัว?
ที่มา : BBC, CNBC
ผู้เขียน จารุวิทย์ สุงาม

