ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART เจ้าของตู้คาเฟ่อันโด่งดังอย่างตู้ “เต่าบิน” เปิดเผยตัวเลขผลประกอบการออกมา โดยรวมแล้วตัวเลขมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดี ทั้งปี 2023 มีจำนวนตู้เพิ่มมากขึ้น แต่ในรายไตรมาส มีจำนวนตู้ลดลงถึงจากทำเลที่ไม่ทำกำไร
จำนวนตู้ไตรมาส 4 ลดลง
“ตู้เต่าบิน” ปี 2023 มีจำนวน 6,392 ตู้ เพิ่มขึ้น +29% เท่ากับเปิดเพิ่ม +1,450 ตู้
-ไตรมาส 3 จำนวน 6,567 ตู้ เพิ่มขึ้น +425 ตู้
-ไตรมาส 4 จำนวน 6,392 ตู้ ลดลง -175 ตู้
สาเหตุของการลดลงมาจากการโยกย้ายจุดติดตั้งตู้เต่าบินจากทำเลที่ไม่มีคุณภาพเป็นยังทำเลที่มีคุณภาพ และมีการยกตู้เต่าบินเก่ามาอัพเกรดให้เป็นตู้เต่าบินเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งจะทำจะทำให้ตู้หนึ่งขายได้มากขึ้น
ปลายปียอดขายลดลง
แม้มูลค่ายอดขาย ปี 2023 “ตู้เต่าบิน” จะอยู่ที่ 2,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +51.62% แต่ไตรมาส 4 มูลค่ายอดขายอยู่ที่ 524 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน -12.50% ซึ่งยอดขายลดลงจากไตรมาสก่อนไป 2.18 ล้านแก้ว ขายได้ 18.02 แก้วช่วงปลายปี โดยทั้งปีขายได้ 76.36 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 66.79% จากปีก่อน
ตัวการหลักคือ เนื่องมาจากสภาพอากาศปลายฝนต้นหนาว และสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัวลงกระทบกับภาคธุรกิจทางด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปรับตัวลดลง
เปิดคาเฟ่ในปั๊มอีวีไตรมาส 3
FSMART ยังตั้งเป้าตั้งตู้เต่าบิน 20,000 จุดทั่วประเทศ ใน 3 ปี ปี 2024 จะเร่งอัพเกรดตู้เวอร์ชั่นใหม่ และวางตู้เต่าบินในทำเลที่ทำกำไร ในอนาคต FSMART เจ้าของตู้เต่าบินจะเปิดปั๊มอีวี GINKA Point โดยให้บริการในรูปแบบสถานีบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าครบวงจรแห่งแรก (EV Station) พร้อม “เต่าบินคาเฟ่” เคาน์เตอร์อัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม โดยจำหน่ายสินค้าและบริการในรูปแบบการให้บริการด้วยตนเอง รวมถึงเคาน์เตอร์อัตโนมัติจำหน่ายอาหารพร้อมทานต่าง ๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นทอด เป็นต้น พร้อมพื้นที่นั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มขณะที่รอชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ปีนี้
ที่มา : FSMART
ผู้เขียน จารุวิทย์ สุงาม

