จริงหรือไม่ ? นักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์อัจฉริยะของโลก เจ้าของทฤษฎีแรงโน้มถ่วงยังเคยขาดทุนหุ้นที่ติดดอยเป็นจำนวนกว่า 130 ล้านบาท
รู้หรือไม่ว่าในปี ค.ศ. 1720 เซอร์ไอแซก นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ สูญเสียเงินลงทุนไปกว่า 20,000 ปอนด์ จากการเก็งกำไรในหุ้นของบริษัท South Sea Company
โดยมูลค่าที่สูญเสียไปคิดเป็นประมาณ 130 ล้านบาทในปัจจุบัน แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้ Business Tomorrow จะพาไปหาคำตอบ
หุ้นของ South Sea คืออะไร?
บริษัท South Sea ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1711 เพื่อทำการค้ากับเมืองขึ้นของสเปนในทวีปอเมริกาใต้ โดยธุรกรรมหลักคือการค้าทาส บริษัทได้รับสิทธิผูกขาด (Monopoly) ในการทำการค้ากับเมืองขึ้นของสเปนเหล่านี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาสมุทรแอตแลนติกทางใต้ เป็นที่มาของชื่อบริษัท “South Sea Company”
การก่อตั้งบริษัท South Sea เป็นการแลกกับการรับภาระหนี้ของรัฐบาลอังกฤษที่เพิ่มขึ้นมาจากสงครามกับสเปน ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษมีสิทธิ์ Swap เปลี่ยนพันธบัตรเป็นหุ้นของ South Sea Company ได้
การก่อตั้งบริษัท South Sea นำไปสู่การผูกขาดการค้าทาสในทวีปอเมริกาใต้ และช่วยให้รัฐบาลอังกฤษสามารถลดภาระหนี้สงครามได้
การลงทุนของเซอร์ไอแซก นิวตัน
ตั้งแต่ ปี 1699 เซอร์ ไอแซก นิวตัน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Master of the Mint (ผู้ว่าการโรงกษาปน์) ซึ่งเมื่อ 300 ปีก่อน นับเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากในการบริหารการเงินการคลังของรัฐบาลอังกฤษ แสดงถึง และ นิวตันยังคบค้าสมาคมกับสังคมคนชั้นสูง ที่ใกล้ชิดคณะรัฐมนตรี
ดั้งนั้น นิวตันคนนี้ถือเป็นผู้รับรู้ข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้น นิวตันก็ยัง ขาดทุนอย่างย่อยยับในการเก็งกำไรในหุ้น South Sea ในปี 1720
ในยุคนั้น มีการสร้างข่าวลือ ขึ้นมาเพื่อปั่นราคาหุ้น South Sea ให้สูงขึ้น โดยข่าวที่ถูกกุขึ้นมีเนื้อหาประมาณว่า
‘เป็นบริษัทที่มีสมาชิกของรัฐบาล และจะทำกำไรมหาศาลโดยการค้ากับทวีปอเมริกาใต้’
ข่าวนี้ถ้าใครเป็นนักลงทุนก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่าจริงไหม แต่ในยุคสมัยนั้นยังไม่มีการแสดงข้อมูลที่แน่ชัด และตลาดหุ้นก็ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ของนักลงทุน จึงเกิดการแห่เข้าซื้อหุ้น South Sea เป็นเทน้ำเทท่า ดันราคาหุ้นให้พุ่ง ขึ้นอย่างรวดเร็ว และนิวตันก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่เข้าซื้อหุ้นดังกล่าวเหมือนกัน
จากข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้นิวตัน สามารถทำกำไรในช่วงกลางปีได้ไปกว่า 20,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 1.4 ล้านปอนด์ ข้อมูลระบุว่านิวตัน ขายหุ้นไปที่ 300-350 ปอนด์ต่อหุ้น แต่หลังจากนั้นกลุ่มนักลงทุนก็ยังคงแห่ซื้อหุ้นจนดันราคาขึ้นไปแตะที่ 600 800 จนถึง 1,000 ปอนด์ต่อหุ้น ซึ่งนิวตันก็ตัดสินใจที่จะกลับเข้าไปลงทุนเพิ่ม ซึ่งการลงทุนครั้งนี้นั้นมูลค่ามากกว่า 20,000 ปอนด์และเป็นจุดที่สูงสุดของฟองสบู่หุ้น South Sea
หลังจากนั้นไม่นาน ฟองสบู่ของบริษัท South Sea ก็แตกส่งผลให้ Newton และนักลงทุนคนอื่น ๆ ขาดทุนกันอย่างหนัก เขาสูญเงินไปมากกว่า 20,000 ปอนด์
บทเรียนราคาแพง การสูญเสียนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับนิวตันอย่างมาก เขาถึงกับเอ่ยคำพูดที่โด่งดังว่า
“ข้าพเจ้าสามารถคำนวณการโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้าได้ แต่ไม่สามารถคำนวณความบ้าคลั่งของมนุษย์ได้”
จากเหตุการณ์นี้ เป็นไปได้ว่านิวตัน อาจสูญเสียความมั่งคั่งทางการเงินไปมากกว่า -70% ซึ่งส่งผลต่อให้ใครก็ตามที่จะเข้ามาคุยกับนิวตันจะมีข้อห้ามกันที่รู้กันดีว่า ‘ห้ามพูดเกี่ยวกับการลงทุนหรือหุ้น South Sea เป็นอันขาด’
เซอร์ไอแซก นิวตัน ขาดทุน 130 ล้านบาทได้ยังไง ?
เราจะมาอธิบายว่าทำไม 20,000 ปอนด์ในปี ค.ศ. 1720 ถึงมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 40 ล้านปอนด์ในปัจจุบัน
เงินเฟ้อคือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมในเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าเงินจำนวนหนึ่งในอดีตสามารถซื้อสินค้าและบริการได้มากกว่าเงินจำนวนเดียวกันในปัจจุบัน
โดยใช้ตัวคูณเงินเฟ้อเป็นเครื่องมือที่ใช้คำนวณว่าเงินจำนวนเท่าใดในอดีตจะมีมูลค่าเท่าใดในปัจจุบัน โดยคำนวณจากอัตราเงินเฟ้อสะสม
มูลค่าเงินในปัจจุบัน = มูลค่าเงินในอดีต * ตัวคูณเงินเฟ้อ
และเมื่อเทียบกับมูลค่า 20,000 ปอนด์ในอดีต ก็สามารถเทียบได้กับ 130 ล้านบาทในปัจจุบันนั่นเอง
ผู้เขียน พิชชาพร กิติยานุภาพ

