ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจระยะสั้นโตช้า และศักยภาพทางเศรษฐกิจระยะยาวลดลง จะนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดย EIC คาดการณ์ว่า กนง.จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้ จาก 2.50% ต่อปี เหลือ 2%
SCB EIC มองว่า กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมวันที่ 10 เม.ย.นี้ และอีกครั้งในเดือน มิ.ย. โดยการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว เป็นการปรับให้เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว (Neutral Rate) ที่ต่ำลง ซึ่ง EIC ประเมินว่า Neutral Rate ของไทยได้ลดต่ำลงมาอยู่ที่ราว 2.13% จากระดับเดิม 2.52%
SCB EIC ยังมองว่าเงินเฟ้อในเดือน พ.ค.นี้จะเริ่มกลับมาเป็นบวกแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ กนง. ต้องลดดอกเบี้ย จะเป็นเรื่องของศักยภาพของเศรษฐกิจที่ต่ำลงต่อเนื่อง จากระดับ 5% มาสู่ 3% และในระยะยาวเหลือ 2.7% ซึ่งศักยภาพหมายถึง ทั้งในแง่แรงงาน เครื่องจักร นวัตกรรม โดยรวมทำให้ผลิตภาพลดลงต่อเนื่องและลดลงมาก จึงทำให้ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า คาดธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก่อนธนาคารกลางสหรัฐปรับลดดอกเบี้ยโดยไทยจะปรับลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง น่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายโดยรวมทั้งปีประมาณ 0.50%
การตัดสินใจลดดอกเบี้ยดังกล่าวจะไม่ส่งผลเงินทุนไหลออกแต่อย่างใด การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติในช่วงครึ่งปีแรกจะช่วยบรรเทาปัญหาหนี้สินในไทยได้ระดับหนึ่ง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้บ้าง พฤติกรรมการก่อหนี้เพื่อนำมาบริโภคหรือใช้จ่ายแบบไม่ระมัดระวังจะไม่เกิดขึ้น หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะถ่วงการบริโภค และ ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำจะไม่มีเงินออมเลย
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ, ประชาไท

