บีวายดีกำลังมองหาตลาดใหม่ในภูมิภาคอื่นนอกจากสหรัฐฯและยุโรปในการส่งออก หลังจากนโยบายด้านรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯและยุโรปไม่แน่นอน
นักวิเคราะห์จาก CLSA นายเสี่ยว เฟิงกล่าวว่าบีวายดีกำลังมองหาตลาดที่มีนโยบายเป็นมิตรในด้านรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯที่เป็นตลาดใหญ่แต่มีนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
โดยตอนนี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนกำลังสืบสวนว่ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯหรือไม่ และอาจมีนโยบาลในการกีดกันรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน อีกทั้งบีวายดีกำลังมองไปถึงสร้างฐานการผลิตที่เม็กซิโก หลังสหรัฐฯกำลังมีนโยบายกีดกันการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
ในตอนนี้บีวายดีกำลังสร้างโรงงานในประเทศไทยและบราซิล และมีแผนที่จะสร้างโรงงานในอินโดนีเซีย ฮังการี และอุซเบกิสถาน โดยเฉพาะประเทศไทยจะเป็นหมุดหมายที่ดีเพราะจะเป็นฐานการผลิตแรกของบีวายดีที่อยู่ด้านนอกของจีนภายในสิ้นปี 2024 โดยข้อมูลจาก Marklines พบว่า ยอดขายบีวายดีมากกว่าโตโยต้าในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บีวายดีจะตั้งฐานการผลิตที่ไทยเพื่อเป็นฮับให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้เติบโต 8 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีใน 10 ปีต่อมา ทั้งนี้ บีวายดีครองตลาดอีวีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึง 1 ใน 3 ของตลาดทั้งหมด แซงหน้าวินฟาสต์จากเวียดนามและเทสล่าจากสหรัฐฯซึ่งบีวายดีชนะเทสล่าในด้านเป็นมิตรในด้านราคาและความหลากหลายของรุ่น
บีวายดีได้ลงทุนไป 1.3 พันล้านดอลลาร์ในการสร้างโรงงานที่อินโดนีเซีย และกำลังขยายโชว์รูมรถในฟิลิปปินส์และสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บีวายดีคาดหวังว่าจะส่งออกรถได้ 5 แสนคันในปีนี้
ที่มา CNBC

