ล่าสุดกนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ +2.50% ต่อปี และเริ่มมีเสียงแตก โดย 2 เสียงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ซึ่งการคงดอกเบี้ย 3 เดือนติดต่อกันของ กนง. ทำให้หลายฝ่ายเริ่มเกิดความกังวลว่าการคงดอกเบี้ยสูงในขณะที่เศรษฐกิจยังคงเปราะบาง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว และไม่เดินหน้าตามเป้าการเติบโตที่คาดการณ์ GDP ในปี 2567 ไว้ที่ +2.6%
เหตุผลหลักจากการประชุมกนง. สรุปได้ว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราสูงเมื่อเทียบจากปีก่อน และนโยบายการเงินมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ปัญหาโครงสร้าง ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทย
[ การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ]
– การบริโภคภาคเอกชนยังเป็นแรงสนับสนุนหลัก โดยขยายตัว +7.1% ในปี 2566 และคาดว่าจะขยายตัว +3.5% ในปี 2567
– ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวดี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28.2 ล้านคนในปี 2566 และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 35.5 ล้านคนในปี 2567
– การใช้จ่ายภาครัฐจะกลับมาเร่งเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปีนี้หลังงบประมาณล่าช้าในช่วงก่อนหน้า
– แต่ภาคการส่งออกยังถูกกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า HDD, Textile และ Chemical products
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในปลายปีนี้ หลังในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทานและมาตรการพลังงานของภาครัฐ และภาวะการเงินโดยรวมยังทรงตัว โดยปริมาณสินเชื่อปล่อยใหม่ยังขยายตัว แม้ธุรกิจขนาดเล็กบางกลุ่มและครัวเรือนรายได้น้อยจะเผชิญภาวะการเงินตึงตัวบ้าง
ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งเอื้อต่อการรักษาเสถียรภาพในระยะยาว
[ การคงดอกเบี้ยช่วยเศรษฐกิจอย่างไร ? ]
การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ มีข้อดีหลายประการ ได้แก่
1 รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
การคงดอกเบี้ยไว้ ช่วยให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ ไม่ผันผวนรุนแรง เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปัจจุบันที่ยังมีความเปราะบาง
2 รักษาเสถียรภาพเงินเฟ้อ
การคงดอกเบี้ยไว้ ช่วยควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย ป้องกันปัญหาเงินเฟ้อที่สูงจนเกินไป แม้ว่าเงินเฟ้อประเทศไทยจะติดลบมา 6 เดือนติด และมีโอกาสที่จะติดลบต่อเป็นเดือนที่ 7 ก็ตาม
แต่เงินเฟ้อติดลบติดต่อกันระยะเวลานานจะช่วยให้ราคาสินค้าและบริการทั่วไปลดลง ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อภาคครัวเรือนและประชาชนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามเมื่อราคาสินค้าลดลงก็หมายความว่ากำไรก็ลดลงด้วยเช่นกัน
3 สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
การคงดอกเบี้ย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อตลาดการเงิน
ทั้งนี้แม้ว่าหลายฝ่ายคาดว่าการปรับลดดอกเบี้ยจะช่วยเหลือเศรษฐกิจไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น แต่แท้จริงแล้วการปรับลดดอกเบี้ยช่วยลดภาระหนี้ในระยะสั้นเท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลต่อยอดหนี้ให้เพิ่มขึ้นในระยะยาวซึ่งอาจเป็นผลลบต่อเศรษฐกิจมากกว่า
[ ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยจะยิ่งแย่ ? ]
ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะแตะระดับ 16.8 ล้านล้านบาท แม้ว่าปัจจุบันหนี้เสียในประเทศไทยจะทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม
การคงอัตราดอกเบี้ยในขณะที่ประเทศไทยเผชิญหน้ากับเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 6 เดือนติด ทำให้คนไทยที่มีภาระหนี้มากอยู่แล้วจะยิ่งเจอกับภาระหนี้ที่แท้จริงที่สูงขึ้นอีก ส่งผลให้ผู้มีรายได้กลุ่มเปราะบางฟื้นตัวช้า
ทั้งนี้แม้ว่าสินเชื่อภาคครัวเรือนจะยังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยเริ่มมีความเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อรายใหม่มากยิ่งขึ้น รวมถึงเข้าช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้เปราะบางที่กำลังจะก่อหนี้เสียหรือกลุ่มหนี้เสียให้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามความสามารถ ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนชะลอตัวลงส่วนหนึ่ง
[ ค่าเงินบาทยังผันผวน ]
เงินบาทไทยยังคงผันผวน โดยปัจจุบันมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ต่อ 36.62 บาท ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังผ่าน Super Wednesday จากการรายงานผลดอกเบี้ยของ กนง. และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ว่า FED อาจลดดอกเบี้ยช้าลงจาก 6 ครั้งเหลือเพียง 1-2 ครั้งในปีนี้เท่านั้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทยิ่งผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ายิ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องจับตามองทิศทางนโยบายการเงินในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด
การคงดอกเบี้ยที่ +2.50% อาจทำให้ค่าเงินบาททรงตัว หรืออาจกดดันให้อ่อนค่าลงได้บ้าง เนื่องจากการคงอัตราดอกเบี้ยย่อมไม่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ไทย เช่น พันธบัตรไทย ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ดี จากรายงานระบุว่าตลาดได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าแล้วว่า กนง. น่าจะคงดอกเบี้ย ดังนั้นจึงอาจไม่มีผลกระทบมากนักต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
ดังนั้นค่าเงินบาทน่าจะยังคงผันผวนอยู่ตามปัจจัยจากนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักๆ เช่น สหรัฐฯ และปัจจัยเศรษฐกิจการเงินในประเทศ อาทิ ดุลบัญชีเดินสะพัด และทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ
โดยสรุป การคงอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ครั้งนี้อาจไม่ได้หนุนค่าเงินบาทมากนัก หากแต่จะทำให้ค่าเงินบาทยังคงความผันผวนในระดับหนึ่ง โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยจากภายนอกและภายในประเทศเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามยังมีนักวิเคราะห์หลายท่านที่ไม่เห็นด้วยและมองว่าควรลดดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจไทยยังมี downside risk สูงและอาจชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ โดยเฉพาะจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง และความไม่แน่นอนของ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ
——-
หมดกังวลเรื่องดอกเบี้ยผันผวน ล็อกดอกเบี้ยสูง 2.15% ต่อปี กับบัญชี ทีทีบี เงินฝากประจำดอกเบี้ยด่วน 12 เดือน พร้อมรับดอกเบี้ยไปใช้ไวใน 7 วัน นับจากวันที่ฝากเงิน
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.ttbbank.com/tdgoldsj2 เปิดบัญชีได้ง่ายๆ ผ่านแอป ttb touch : https://www.ttbbank.com/tdquickapply
ปิดบัญชีได้ง่ายๆ ผ่านแอป ttb touch หรือที่ทีทีบี ทุกสาขา ฝากเริ่มต้น 10,000 บาทต่อครั้ง (อัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคาร ณ วันที่ 11 เม.ย 67)
รับของขวัญพิเศษฟรี! บัตรของขวัญ Lotus’s มูลค่า 1,000 บาท หรือ ทองคำแผ่น มูลค่าสูงสุดกว่า 50,000 บาท เมื่อฝากเงินตามยอดรวมที่กำหนดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป นับยอดรวมเงินฝากตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 67 – 30 เม.ย. 67
*เงื่อนไข และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ttb reserve line 02-010-1428 หรือ ทีทีบี ทุกสาขา

