วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา Xpeng ค่ายรถ EV ในประเทศจีนได้ประกาศจ้างงานเพิ่มขึ้น 25 % หรืออีกประมาณ 4,000 คน โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมด 486 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีความตั้งใจที่จะลงทุนในด้าน AI เพื่อนำมาพัฒนาระบบของแบรนด์รถยนต์ตัวเอง อย่างไรก็ตาม ข้ามฟากไปอีกซีกโลก บริษัทรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาอย่าง Rivian คู่แข่งของ Tesla ได้มีการประกาศจะปลดพนักงานออกจากบริษัท 10%
ทำไมสถานการณ์ถึงต่างเช่นนี้กัน?
ดีมานด์รถไฟฟ้าในจีนเพิ่มไม่หยุด
นายเหอ เสี่ยวเผิง ซีอีโอของ Xpeng กล่าวไว้ว่าในปีนี้จะเป็นปีของการแข่งกันแบบรอบน็อคเอาท์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยในปี 2023 ที่ผ่านมา ยอดจดทะเบียนรถใหม่ของรถไฟฟ้าทั้งสามกลุ่มคือ แบตเตอร์รี่ ไฮบริด และปลั๊กอิน มีการครองสัดส่วนไปแล้ว 37% ของสัดส่วนรถยนต์ทั้งหมด แม้จะมีปัจจัยที่ต้องระวังอยู่บ้าง แต่จีนยังคงสามรถมีสัดส่วนรถไฟฟ้า 50 % ในปี 2026 ในอนาคตได้
วิสัยทัศน์ของนายเสี่ยวเผิงนั้นต่างจากค่ายรถจีนอื่น ๆ ซีอีโอยานยนต์ไฟฟ้าจีนมองว่า การลงทุนใน AI เพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้านั้นสำคัญกว่าการแข็งขันกันตัดราคาแบบในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจีน ณ เวลานี้ อีกทั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Volkswagen ได้ลงทุนใน Xpeng ประมาณ 700 ล้านเหรียญ (25,249 ล้านบาท) และซื้อหุ้นในบริษัท 4.99% ซึ่งช่วยให้มีเงินทุนสนับสนุนในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ภูมิรัฐศาสตร์-ดอกเบี้ยกดดันผู้ค้ารถไฟฟ้ายุโรป
Rivian บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากสหรัฐฯ เพิ่งประกาศปลดพนักงานเพิ่มเติมอีก 10% จาก 16,700 คน โดยก่อนหน้านี้ได้ปลดไป 6% สองรอบแล้ว แม้ปีที่ผ่านมายอดการผลิตและส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของ Rivian เพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่บริษัทก็ยังมีขาดทุนถึง 5.4 พันล้านดอลลาร์ บริษัทต้องปรับลดค่าใช้จ่ายแทนการลดยอดการผลิต มีการปิดโรงงานที่มีแห่งเดียวในรัฐอิลลินอย เพื่อปรับปรุงสายการผลิตใหม่ทั้งหมดในช่วงกลางปี
RJ Scaringe ซีอีโอ Rivian กล่าวว่าธุรกิจของบริษัทกำลังเผชิญความท้าทายจากปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยที่มีอัตราสูงขึ้น และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอน ทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้ผ่านพ้นเวลานี้ไปได้
ทั้งนี้ราคาหุ้นของ Rivian ตกลงไปเกินกว่า 25% โดยวันพุธที่ 21 ก.พ. ปิดตลาดไปที่ 15.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเปิดตลาดวันพฤหัสต่อมาที่ 11.95 ปิดตลาดวันที่ 22 ก.พ.ที่ 11.45%
เรียบเรียงจาก: TechCrunch, CNBC, Forbes, Yahoo Finance
ผู้เขียน จารุวิทย์ สุงาม
ข่าวเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024

