28 พฤษภาคม 2026

InnovestX แนะกลยุทธ์ลงทุนในไตรมาสที่ 2 ปี 2024 มองหาจังหวะลงทุนหุ้นนอก รอหุ้นไทยฟื้นตัว

มี.ค. 14, 2024

เศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เศรษฐกิจโลกดูดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบางประการที่อาจทำให้การเติบโตชะลอตัวลง เช่น อัตราดอกเบี้ยสูง ความเสี่ยงของภาคธนาคาร และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะลดลง แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงระดับสูงและผลผลิตระดับต่ำ

ยังคงมีความหวังว่าวงจรการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น เศรษฐกิจโลกกำลังแสดงสัญญาณฟื้นตัวโดยเฉพาะในภาคการผลิต PMI cycle รอบล่าสุดมีขนาดเล็กลงและถูกรับรู้เชิงรุกน้อยลงสำหรับตลาด EM และ AEJ หากจีนสร้างเซอร์ไพร้ส์ด้าน upside ในระยะสั้น ภาพอาจคล้ายกับการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมครั้งก่อนๆ โดยที่หุ้นและสกุลเงินในเอเชียได้รับประโยชน์ พร้อมกับโมเมนตัมชิงบวกสำหรับหุ้นวัฏจักร กลุ่ม non-tech และตลาดหุ้น non-US

การเติบโตของ GDP ปี 2024 ขึ้นอยู่กับการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2024 หากการเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ในระดับสูงใน 2H24 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.0% จากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้น แต่หากการเบิกจ่ายต่ำกว่าคาด เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 2.5% โดยในกรณีหลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจสามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง

แนวโน้มตลาดหุ้นต่างประเทศ

ธนาคารกลางจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย เฟดตระหนักดีถึงความเสี่ยงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยช้าเกินไป ตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเข้าใกล้และหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งแรกของ Fed เมื่อการลดอัตราดอกเบี้ยได้รับแรงหนุนจากการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้กลับเข้าสู่ระดับปกติ กลุ่ม long duration เช่น สาธารณูปโภค พาณิชย์ และการแพทย์ และกลุ่ม beta สูงที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของ yield เช่น REIT อสังหาริมทรัพย์ และ consumer finance น่าจะปรับตัว outperform

มองว่าตลาดจะมีการเปลี่ยนกลุ่มเล่น หากจีนสร้างเซอร์ไพร้ส์ในด้าน upside เราคาดว่าจะเห็นการปรับประมาณการ GDP และกำไรเพิ่มขึ้นใน 3Q24 นอกจากนี้ เรายังคงเชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้ตลาด DM เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้เรายังคาดว่ากำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 1Q24 และจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q24 เป็นต้นไป เราคาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุน (rotation) จากตลาด DM ไปยังตลาด EM และเม็ดเงินลงทุนใหม่จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม non-tech และกลุ่มวัฏจักรมากขึ้นตั้งแต่ 2Q24 เป็นต้นไป

มองหาจังหวะในการลงทุนที่นอกสหรัฐและกลุ่มเทคโนโลยี มุมมองเชิงมหภาคที่ท้าทายนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อแต่ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานเราจะเห็นแรงซื้อหุ้นกลุ่ม non-tech กลุ่มวัฏจักร และ EM เพิ่มมากขึ้น แทนที่จะมีการ rotation ออกจากตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในภาพรวมแข็งแกร่งมากกว่าประเทศอื่นๆ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว การปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยและผลประกอบการพร้อมกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ วงจรการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น และความหวังว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ เนื่องจากปัจจัยบวกเหล่านี้คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการปรับตัว underperform ตลาดอื่นๆ ในเอเชียตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. 2024 เราคาดว่า SET จะปรับตัวขึ้นถึง 1,500 จุด ภายในสิ้น 2Q24 หากสมมติฐานของเราถูกต้อง

โฟกัสหุ้นที่ผลประกอบการทำจุดต่ำสุดแล้วและได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง เราเล็งเห็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแรง ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน และได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวขอวงจรการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการเบิกจ่ายงบประมาณ หุ้นเด่นใน 2Q24 ของเรา คือ AOT GFPT GULF KCE และ SCGP

ที่มา InnovestX

By admin

Most Related