28 พฤษภาคม 2026

MAGURO รุกหนักครึ่งปีหลัง ปูพรมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ ขยายร้านใหม่เพิ่ม 13 สาขา มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ หวังดันรายได้ปีนี้โต 30%

ก.ค. 30, 2024

📌 โดยไฮไลท์ครึ่งปีหลังคือเตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ ไตรมาส 4 มัดใจกลุ่มลูกค้าพรีเมียมเซ้กเม้นท์ รวมถึงการรุกคืบการเจาะทำเลทอง กรุงเทพกรีฑา ซึ่งเปิดทั้ง มากุโระ และ ฮิโตริ ชาบู สัปดาห์หน้า ทาง MAGURO มั่นใจปีนี้ขยายเครือข่ายเกินเป้า เป็น 38 ร้าน

โดยเปิด 2 ร้านพร้อมกันทั้ง มากุโระ และ ฮิโตริชาบู หลังเพิ่งเปิดตัวร้านสุกียากี้ “HITORI SUKIYAKI” สาขาแรกไปเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม พร้อมกระจายฐานลูกค้าครอบคลุมหลากหลาย กลุ่ม ตอกย้ำปรัชญา ‘การให้มากกว่าที่ขอ’ หรือ ‘Give More Culture’ หวังดันรายได้ปีนี้โต 30%

บริษัทยังมีแผนเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ปีนี้วางแผนจะเปิด 2 แบรนด์ใหม่ และ 11 ร้านใหม่ ทั้งหมด 13 ร้านใหม่ โดยการคาดการณ์การเติบโตของรายได้มาจากการขยายสาขาที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือการเปิดสาขาแบบ Stand Alone ถึง 3 สาขา และขยายไปตามศูนย์การค้าต่าง ๆ

รวมถึงครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้จะกลับมาดี จากความคาดหวังมาตรการของรัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กำลังซื้อภายในประเทศกลับมาดี และจะส่งผลต่อการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ที่จะโตมากขึ้นอีกด้วย

คุณเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลีระดับพรีเมียม-แมส เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ โดยนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เปิดร้านใหม่ทั้งหมด 2 ร้าน

ปัจจุบัน “มากุโระ กรุ๊ป” ดำเนินกิจการร้านอาหาร รวมทั้งหมด 31 ร้าน ได้แก่ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิสไตล์ระดับพรีเมียม 16 ร้าน SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม 6 ร้าน และ HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้ หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 8 ร้าน และแบรนด์ใหม่ล่าสุด HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม

ซึ่งเปิดสาขาแรกที่เอกมัย 12 ไป เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

สำหรับในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทวางกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุก เดินหน้าขยายกิจการ ด้วยการเปิด 11 ร้านใหม่ ใน ครึ่งปีหลัง ทำให้ปีนี้เราจะเปิดร้านใหม่ทั้งหมด 13 ร้าน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าระดับพรีเมียม และ พรีเมียม-แมส ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล

ทำให้สิ้นปีนี้ Maguro จะมีเครือข่ายทั้งหมด 38 ร้าน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า แผนการขยายธุรกิจเชิงรุก ด้วยการเปิด 13 ร้านใหม่ ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 11 ร้าน รวมถึงการเปิดแบรนด์ใหม่อย่างน้อย 2 แบรนด์ คือ HITORI SUKIYAKI และแบรนด์ใหม่ซึ่งจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 นี้จะสร้างรายได้รวมของบริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมาย 30% ในปีนี้

คุณจักรกฤติ สายสมบูรณ์ กรรมการบริหาร และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ล่าสุด MAGURO เตรียมเจาะฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงย่านกรุงเทพกรีฑา ทำเลทองบ้านหรู สุดฮอต โดยเปิด 2 ร้านพร้อมกันทั้ง มากุโระ และ ฮิโตริ ชาบู เพื่อรองรับลูกค้าในย่านนี้

ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโครงการบ้านเดี่ยวราคาสูงและค่อนข้างสูงจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับการทานอาหารระดับพรีเมียม

นอกเหนือจากกลยุทธ์ขยายสาขาแล้ว ทางบริษัทได้มีการใช้ Data จากระบบ CRM หรือระบบ Customer Relation Management เพื่อจับ พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน พบว่าลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านในเครือ MAGURO ในทุก ๆ แบรนด์ ซึ่งพบว่ามีความหลากหลายทั้งด้านอายุ อาชีพ ทั้งวัยรุ่น และ กลุ่มลูกค้าแบบครอบครัวที่เริ่มเพื่มมากยิ่งขึ้น

#BusinessTomorrow#BizTMR#MAGURO#ฮิโตริชาบู#เนื้อวากิว#ร้านอาหาร#อาหารญึ่ปุ่น#ประเทศไทย#HITORI#พรีเมียม#อาหาร

Most Related