ไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวที่น่าตกใจที่ไทยเกิดขึ้นเมื่อบริษทใหญ่แห่งหนึ่งทำการปลดพนักงานที่เป็น “คน” โดยนำ AI มาทำงานแทนที่ด้วยเหตุผลของการลดต้นทุน เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่กระแสเวลาที่ผ่านไป ความต้องการของแรงงานก็มาถึง จากยุคที่ ‘คน’ กลัว ‘หุ่นยนต์’มาแทนที่ กลายเป็นยุคคนกลัว ‘AI’ แทนแล้ว
เรียน AI ก่อนไปหางาน
สำนักข่าวบีบีซีได้เผยแพร่เรื่องน่าสนใจที่เกิดขึ้น เมื่อหญิงสาวจากประเทศอังกฤษได้ถูกปลดจากงาน แต่กระนั้น แทนที่เธอจะออกสู่ตลาดงานเพื่อค้นหาเส้นทางอาชีพใหม่อีกครั้ง เธอกลับเข้าคอร์สเพื่อศึกษาการใช้เทคโนโลยี AI แทนเป็นเวลา 6 สัปดาห์จากองค์กร Mission Impact Academy (Mia) องค์กรมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการใช้ AI ให้มากขึ้นโดยเฉพาะในผู้หญิง ทำไมต้องผู้หญิงกันล่ะ?
ผู้ชายใช้ AI มากกว่าผู้หญิง
จากการสำรวจของ Flexjobs ผลสำรวจออกมาว่า มีเพียงผู้หญิง 35% เท่านั้นที่ใช้ AI ในชีวิตประจำวันในส่วนของงานและชีวิตส่วนตัว ในขณะที่มีจำนวนคนที่ใช้มากถึง 54% ทั้งยังมีการสำรวจจาก Coursera พบว่ามีผู้หญิงเรียนวิชาเกี่ยวกับ AI มากขึ้นในตอนนี้ ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ผู้หญิงสามารถก้าวข้ามอคติทางเพศและเพิ่มความหลากหลายในงานด้าน AI มากขึ้น เพราะปัจจุบัน มีผู้หญิงทำงานด้านเทคโลยีเพียงแค่ 28% ในประเทศอังกฤษ
บีบีซีได้รายงานอีกว่า จากวิจัยของ UN พบว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแย่งงานจาก AI การเรียนรู้ด้าน AI จะทำให้ผู้หญิงสามารถรักษางานตัวเองไว้ได้ หรืออาจทำให้ได้งานใหม่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีผู้หญิงที่ผ่านการอบรมด้าน AI เมื่อเธอกลับไปหางาน พบว่ามีข้อเสนองานมากว่า 50 ตำแหน่ง
วงการหนังและอนิเมชั่นกำลังตกอยู่ในอันตราย
อีกหนึ่งการสำรวจที่กำลังพูดถึงการถูก AI แย่งงานของ “CVL Economics” ก็ได้กล่าวว่าแรงงานใน วงการภาพยนตร์และแอนิเมชันกำลังตกอยู่ในอันตราย
-36% ซึ่งกำลังเริ่มนำ AI มาใช้งาน เพราะลดความจำเป็นของทักษะเฉพาะด้านในงานประจำวันและความรับผิดชอบของพนักงาน
-75% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า AI มีส่วนช่วยในการปรับลดขนาดตำแหน่งงานภายในได้
-55% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า “นักออกแบบเสียง” ได้รับผลกระทบมากที่สุดจาก AI 40% คิดว่าบรรณาธิการเพลง และอีก 33% คิดว่าเป็นนักแต่งเพลง
-47% คิดว่า AI จะสร้างภาพ 3 มิติและการออกแบบเสียงที่สมจริง
-44% เชื่อว่า AI จะสามารถพากย์เสียงได้สมจริงมากยิ่งขึ้น
ซึ่งมีหลากหลายบริษัทที่เริ่มทำการลดจำนวนพนักงานลงทั้ง Riot Games, Unity Software, Amazon MGM Studios, Pixar และ Universal Music Group
ในประเทศไทย อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เริ่มมีบริษัทที่เริ่มต้นการลดขนาดธุรกิจแล้วใช้แรงงานทุ่นแรงทุ่นเงินเริ่มตั้งแต่ปีนี้ไปแล้ว เห็นทีเราคงจะต้องเรียนรู้ AI เพื่อไม่ให้ตกงานกันแล้วหรอกหรือ?
ผู้เขียน จารุวิทย์ สุงาม
เรียบเรียงจาก BBC, Cointelegraph

