15 เมษายน 2026

ส่องอุตสาหกรรม Gig Economy หลังหลายบริษัทราคาร่วงกว่า 90% ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?

ก.พ. 24, 2024

อุตสาหกรรม Gig economy ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ เพราะมีตลาดที่มีขนาดที่ใหญ่มาก และนักลงทุนไทยชื่อดังหลายท่านเฝ้ามองและเข้าไปลงทุนในช่วง COVID-19 เป็น อย่างมาก 

ด้วยคำว่า Work from Home และ แรงงานหนึ่งคนสามารถทำงานได้หลายอย่าง ประกอบกับเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า และเศรษฐกิจดิจิดัลที่เติบโต ทำให้สินค้าที่ถูกจ้างจะเป็น Digital product ซึ่งฟังแล้วดูน่าสนใจมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีคนพูดว่า บริษัทจะเปลี่ยนจากการจ้างงานระยะยาวเป็นแบบ Freelancer และทำงานจากที่ไหนในโลกก็ได้ ทำให้ยิ่ง Hype ขึ้นไปอีก แต่แล้วทำไม วันนี้ราคาถึงร่วงลงไปที่จุดต่ำสุดกว่า 90% ทั้งๆที่ อุตสาหกรรมนี้น่าจะเติบโตได้ โดยวันนี้เราจะมาเข้าใจ 2 บริษัทอย่าง Fiverr และ Upwork ว่าทำไมราคาถึงร่วงลงหนักกันครับ

รู้จักกับ Fiverr

Fiverr เป็นบริษัทจากอิสราเอล ประกอบธุรกิจ “Online marketplace” โดยบริษัทเป็นตัวกลางระหว่าง แรงงานที่ทำงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelancer) กับลูกค้าหรือบริษัท ในการผลิตสินค้าขึ้นมาเช่น Logo หรือ Video เป็นต้น โดย ณ ปัจจุบันมีบริการมากกว่า 600 ชนิด ซึ่งเป็น “Platform business model”  ในรูปแปบ Service-as-a-Product model

รู้จักกับ Upwork

Upwork เดิมคือ Elance-oDesk ประกอบธุรกิจ “Online Marketplace” โดยเชื่อมโยงบริษัทที่ต้องการหาคนมาทำงานเป็น Job กับผู้เชี่ยวชาญ และเอเจนซี่ทั่วโลก แต่จะแตกต่างจาก Fiverr ตรงที่จะเน้นไปทางฝั่งบริษัทหรือรับงานใหญ่ๆ ซะมากกว่า ซึ่งนั้นแปลว่ามันจะต้องใช้เวลาในการทำที่พอสมควร ซึ่งต่างจากเจ้าแรกที่เน้นงาน Logo ราคาไม่แพง

ความน่าสนใจของ Gig Economy

จากที่ฟังทุกคนคงมองว่า อุตสาหกรรม Gig economy นั้นถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ตลาดก็ใหญ่มาก โดยขนาดตลาดอยู่ที่ราว 2.47 แสนล้านดอลลาร์ ถือว่าใหญ่มาก ๆ และบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมก็เป็น ธุรกิจ Platform Business Model ที่เป็น Global ด้วย 

หากมีผู้ชนะมักจะเป็น Winner Takes All แต่แล้วทำไมตลาดดังกล่าวกลับยังไม่เจอผู้ชนะในตลาดเลย ?

ปัจจุบัน ราคาหุ้นของ Fiverr ร่วงกว่า 90% เช่นเดียวกับ Upwork ที่ร่วงลงกว่า 90% เช่นกัน โดยหลัก ๆ เป็นเพราะ ตัวสินค้า ของ Freelancer platform คือ Digital Goods ซึ่งตั้งแต่การเปิดตัวของ AI ที่ล้ำสมัยและดีเยี่ยมของ Microsoft และ OpenAI อย่าง ChatGPT ทำให้ต้นทุนในการสร้างผลงานง่าย ๆ ทาง DIgital แทบไม่มีค่า 

เพราะเราสามารถที่จะสั่งให้ AI สร้าง Logo ได้ และในอนาคต AI จะพัฒนาดียิ่งขึ้นกว่านี้ไปอีก ประกอบกับ หลายบริษัทก็เร่งพัฒนา AI อีกด้วย ตั้งแต่ BardAI ของ Google รวมถึง Firefly AI ของ ADBE

หรือเรียกได้ว่า Generative AI กำลังเข้ามาแย่งงานฟรีแลนซ์อย่างเห็นได้ชัด

สรุปสั้น ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ทั้งสองบริษัท กำลังอยู่ในช่วงของการปรับตัว ซึ่งหากสามารถปรับตัวไปทำให้ Platform ที่สามารถสร้างสินค้าหรือบริการที่ AI ไม่สามารถ DIsrupt ได้ กล่าวคือ สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่าที่ AI สร้าง ราคานี้ก็ถือว่าน่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกันครับ หากใครที่กำลังเล็งลงทุนอยู่

ผู้เขียน เศรษฐวิชญ์ อัครเดชานันท์

Most Related