15 เมษายน 2026

ส่อง 5 ประเทศที่ลงทุน FDI ในประเทศไทยมากที่สุด ญี่ปุ่นรั้งอันดับ 1 ด้วยเงินลงทุนกว่า 4.7 แสนล้านบาท

ก.พ. 25, 2024

FDI คืออะไร ?

แท้จริงแล้ว FDI คือ ธุรกรรมการลงทุนที่ผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศมีต่อธุรกิจที่มีถิ่นฐานในไทย หรือถ้าให้นิยามคำว่า FDI ง่าย ๆ ก็เปรียบเสมือน “การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ” และทำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาในประเทศไทย

โดยหลัก ๆ แล้วการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมีด้วยกัน 3 รูปแบบ ได้แก่

– การลงทุนด้วยการถือหุ้นที่มีสิทธิ์ร่วมในการบริหารกิจการตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป

– การกู้ยืม ตราสารหนี้ และสินเชื่อการค้าที่เป็นธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือเดียวกัน 

– กำไรคงค้างที่นำกลับมาลงทุน

FDI ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงใด ?

เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจระดับโลก แต่หากเทียบกับเอเชียก็เปรียบเสมือนเสือซ่อนเล็บที่กำลังเก็บสะสมของดีเรื่อย ๆ และรอแสดงต่อเวทีโลก

ด้วยประเทศขนาดเล็ก ทำให้เงินออมในภายในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของธุรกิจที่จะนำไปขยายกิจการ ดังนั้น FDI จะช่วยลดช่องว่างเงินออมระหว่างประเทศกับความต้องการเงินทุนได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นหมายความว่ายิ่ง FDI มีตัวเลขมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเหล่านั้นเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจากการขยายขนาดธุรกิจ และนำเงินที่ได้จากการประกอบธุรกิจกลับเข้าสู่ประเทศ เรียกได้ว่าเป็นการดึงต่างประเทศเข้ามาลงทุน กินส่วนแบ่ง และหาเงินเข้าประเทศอีกทางก็ว่าได้

ส่องสถิติประเทศที่ลงทุน FDI ในไทย

ตามสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า 5 ประเทศแรกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ระหว่างปี 2561 – 2565) มีประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่

อันดับที่ 1 ญี่ปุ่น มีมูลค่าเงินลงทุน 476,319 ล้านบาท

อันดับที่ 2 สิงคโปร์ มีมูลค่าเงินลงทุน 430,317 ล้านบาท

อันดับที่ 3 ฮ่องกง มีมูลค่าเงินลงทุน 188,274 ล้านบาท

อันดับที่ 4 จีน มีมูลค่าเงินลงทุน 163,436 ล้านบาท

อันดับที่ 5 สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าเงินลงทุน 130,615 ล้านบาท

แนวโน้มของ FDI ในประเทศไทย

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในไทยยังเติบโตได้ดี แม้ว่าตลอด 5 ปีที่ผ่นามาจะมีการเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าต่างประเทศเห็นความสำคัญในการลงทุนประเทศไทยในช่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมวลรวม

แม้ว่าในปี 2566 จะมีเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง รวมถึงการหมดวาระเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 ทำให้นักลงทุนต่างเริ่มชะลอการลงทุนออกไปเล็กน้อยจากความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงวิกฤติทางการเมืองไปแล้ว ปัจจุบันในปี 2567 ก็กำลังมีโครงการต่าง ๆ มากมายที่ชวนให้เกิด FDI จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการชวน Tesla, BYD หรือบริษัทอื่น ๆ เข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย หรือแม้แต่หลายประเทศก็เริ่มที่จะย้ายเข้ามาสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ทำให้ต้องดูต่อไปว่ายอดการส่งเสริมการลงทุนในปี 2566-2567 จะมีมากน้อยเพียงใด ติดตามไปพร้อมกับ Business Tomorrow ไปพร้อม ๆ กัน

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

ผู้เขียน กิตตินันท์ จอมประเสริฐ

Most Related