15 เมษายน 2026

CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ตั้งเป้าลดราคาแบตเตอรี่ LFP ลง -50% ภายในปี 2024 คาดอาจเห็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกลงกว่านี้อีก

ก.พ. 27, 2024

CATL ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งเป้าที่จะทำให้แบตเตอรี่ชนิด LFP มีราคาถูกลงต่อหน่วยความจุ (kWh) ซึ่งจะลดลงถึง -50% ภายในกลางปี 2024 ซึ่งจะช่วยให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าถูกลง ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาแบตเตอรี่จะลดลงอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า บริษัทวิจัยหลายแห่งคาดการณ์ว่า ราคาแบตเตอรี่จะอยู่ที่ 3,600 บาท/kWh ภายในปี 2025

แบตเตอรี่ถูกลง คืออนาคตของรถยนต์ EV ?

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ราคาที่สูงยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแพร่หลายอย่างกว้างขวาง หนึ่งในองค์ประกอบที่มีราคาแพงที่สุดของ EV คือ แบตเตอรี่ การลดลงของราคาแบตเตอรี่จึงมีความสำคัญต่ออนาคตของ EV

– ราคา EV ที่ถูกลง: ต้นทุนแบตเตอรี่คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 30% ของราคารถ EV ทำให้การลดลงของราคาแบตเตอรี่จะช่วยลดราคารถ EV ลง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

– ราคาถูกช่วยให้ตีตลาด Mass ได้: เมื่อราคารถ EV ลง ก็ยิ่งทำให้ผู้คนหันมาสนใจรถยนต์ EV มากยิ่งขึ้น หรือเรียกได้ว่าหากคุณภาพเท่ากันกับรถน้ำมัน ใคร ๆ ก็เลือกซื้อรถยนถต์ EV มากขึ้นแน่นอน ส่งผลให้ตลาดรถยนต์น้ำมันที่ Mass อยู่ก่อนกำลังจะถูกรถยนต์ EV ครองตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาแบตเตอรี่มีอะไรบ้าง ?

1 การพัฒนาเทคโนโลยี: เทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น ช่วยให้ผลิตแบตเตอรี่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนการผลิต

2 การแข่งขันในตลาดแบตเตอรี่: ปัจจุบันจำนวนผู้ผลิตแบตเตอรี่กำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ซึ่งผู้ผลิต แต่ละรายพยายามพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้ตอบโจทย์กับการใช้งานที่มากขึ้นในอนาคตของตลาดรถไฟฟ้า

3 ราคาของวัตถุดิบ: ราคาของวัตถุดิบที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่มีราคาต่ำลง เช่น ลิเธียม โคบอลต์ ก็มีผลต่อราคาแบตเตอรี่

นอกจากนี้ Goldman Sachs ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งวอลสตรีท ได้คาดการณ์ถึงอนาคตของ รถยนต์ไฟฟ้า โดยระบุว่า ราคาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ปัจจุบันสัญญาณเชิงบวกเริ่มกลับมาแล้ว ซึ่งราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าลดลง แม้เงินเฟ้อจะยังสูงอยู่ก็ตาม ซึ่งการเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ราคาโลหะและวัสดุต่าง ๆ ราคาพุ่งสูงขึ้น

ซึ่งจากการวิจัย ของ Goldman Sachs คาดการณ์ว่า ราคาแบตเตอรี่ EV จะลดลงเหลือ 99 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (ประมาณ 3,500 บาท/kWh) ของความจุภายใน ปี 2568 ซึ่ง ลดลง -40% จากปี 2565

อนาคตของแบตเตอรี่เป็นอย่างไรต่อไป ?

อย่างไรก็ดี ถ้าแบตเตอรี่รถไฟฟ้าจะมีราคาถูกลง ก็จะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น ผู้คนจะหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ลองจินตนาการ ว่าสามารถซื้อ รถไฟฟ้าในราคาใกล้เคียงกับรถยนต์เครื่องสันดาปหรือถูกกว่า แต่ไม่ต้องมากังวลเรื่องค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ จะเป็นอนาคตที่สดใสมากเพียงใด

ทำให้เราต้องมาติดตามกันต่อไปว่าอนาคตของ EV จะเดินหน้าไปทางไหนกับ Business Tomorrow

ผู้เขียน พิชชาพร กิติยานุภาพ

Most Related