แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนและความไม่ชัดเจนมากมาย แต่สัญญาณเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเริ่มชี้ชัดว่า เศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดไว้
KKP Research ชี้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้เกิดจากวัฏจักรเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตของไทยในระยะยาว
ด้วยตัวเลข GDP ที่ต่ำกว่า 3% มาตลอดตั้งแต่หลังโควิด-19 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างที่รุนแรง แม้การฟื้นตัวจากวิกฤตจะเกิดขึ้น แต่ GDP ของไทยในปี 2023 ยังคงต่ำกว่าปี 2019 ยิ่งไปกว่านั้น การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันขับเคลื่อนโดยภาคการท่องเที่ยวเพียงภาคเดียว สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจอื่น ๆ กำลังอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
สถานการณ์นี้สร้างความกังวลว่า ศักยภาพเศรษฐกิจไทยอาจไม่สามารถกลับมาเติบโตได้ที่ระดับ +3 ถึง +3.5% ดังเดิม การประเมินเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีความยากลำบากขึ้นกว่าปกติ จากตัวแปรเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณไปคนละทิศทาง ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจขนาดใหญ่, สถานการณ์เศรษฐกิจโลก, ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การคาดการณ์อนาคตเศรษฐกิจไทยมีความซับซ้อน
สำหรับปี 2024 KKP Research คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ที่ระดับ +2.6% จากเดิมที่คาดว่าจะ เติบโตได้ +3.7% จากการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 เรื่อง ได้แก่
1) การนำมาตรการ Digital Wallet ออกจากการ คาดการณ์ GDP จากกระบวนการพิจารณาที่มีความล่าช้ามากและมีความไม่แน่นอนสูงทั้งการดำเนินงานและความเสี่ยงด้านกฎหมาย
2) การปรับตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมลง เพื่อสะท้อนปัญหาสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงของสินค้าไทย
3) รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 มากและมีแนวโน้มยังไม่กลับมาปกติโดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้ดีขึ้นในช่วงครั้งหลังของปี 2024
ความเป็นไปได้ของ Digital Wallet
KKP Research เคยประเมินว่านโยบาย Digital Wallet จะมีผลต่อเศรษฐกิจเพียง 0.3 เท่าของเม็ดเงินที่ใส่ไปแต่ด้วยขนาดของการกระตุ้น จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นได้ +0.8% ด้านการบริโภคปรับคาดการณ์จาก +4.6% เหลือ +2.8%
แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการ Digital Wallet แม้เวลาจะผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งมีทางออกที่เป็นไปได้:
– รัฐบาลยืนยันดำเนินการต่อ แต่เริ่มได้เร็วที่สุดในเดือนสิงหาคม มีโอกาสถูกตีความขัดกับกฎหมายและไม่สามารถดำเนินการได้
– ลดขนาดเม็ดเงินการกระตุ้น ผลต่อเศรษฐกิจจะน้อยลงใช้เงินงบประมาณปี 2025 แทนการกู้เงิน
– ยกเลิกนโยบาย
ภาคการผลิตและการส่งออก
ภาคการผลิตของไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่ฟื้นตัวตามโดยภาคการผลิตชะลอตัวลงค่อนข้างมากในหมวดรถยนต์และ Hard Disk Drive ส่วนด้านการส่งออก KKP Research ประเมินว่าไทยจะสามารถฟื้นตัวได้บ้างโดยขยายตัว +1.8% สอดคล้องกับการคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลก อย่างไรก็ตามการเติบโตของปริมาณการผลิตในภาคอุตสาหกรรมไทยอาจขยายตัวได้น้อยกว่าและคาดการณ์ได้ยาก
ภาคการท่องเที่ยว
KKP Research ยังคงการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2024 ที่ 35.2 ล้านคน แต่ประเมินว่ามีความเสี่ยงที่ แต่ในระยะยาวภาคการท่องเที่ยวจะไม่สามารถกลับมาเติบโตเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจไทยได้ จากนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวสำคัญ
ผู้เขียน พิชชาพร กิติยานุภาพ
ที่มา: KKP Reseach

